โครงการ "อาหารสมุนไพรเสริมสร้างสุขภาพ"
THAI HERBS พืช ผัก ผลไม้ สมุนไพร “ ไทย ”

           การกรับประทานอาหารที่ส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงหรือความรุนแรงจากเชื้อไวรัสต่างๆได้ จากสถานการณ์การระบาดใหญ่ (pandemic) ของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ในหลายประเทศทั่วโลกในขณะนี้ การดูแลสุขภาพและการเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น พืช ผัก ผลไม้ และสมุนไพร ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีหรือสารต้านอนุมูลอิสระ หรือสมุนไพรที่มีสารสำคัญที่มีศักยภาพในการลดการติดเชื้อไวรัสได้ จะช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงขึ้น ลดโอกาสติดเชื้อทางเดินหายใจจากโรค COVID-19 หรือหากติดเชื้อก็อาจช่วยลดความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงได้ ซึ่งเป็นการปรับธาตุ 4 ในร่างกาย ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้กลับสู่สมดุลได้ และที่สำคัญเราต้องรับประทานอาหารที่สะอาด ใช้ภาชนะที่สะอาด กินร้อน ช้อนตัวเอง  และล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง ร่วมกับการออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อทำร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เปรียบเสมือนสร้างป้อมปราการที่แข็งแรงให้กับตัวเราเอง

1.สมุนไพร ที่มีสาระสำคัญช่วยลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19
2. ผลไม้ ที่มีวิตามินซีและสารในกลุ่มไบโอเฟลโวนอยด์สูง
3. ผัก ที่มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันและต้านการอักเสบ
4.เมนู ต้านโรค ต้านไวรัส COVID-19

1. สมุนไพร ที่มีสาระสำคัญช่วยลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสก่อโรค COVID-19

             ในปัจจุบันได้มีการศึกษาวิจัยต่อยอดสมุนไพรไทยจนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สมุนไพรไทยนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้บรรเทาอาการเบื้องต้นของไข้หวัดได้ ได้แก่

ฟ้าทะลายโจร

  • ใบฟ้าทะลายโจร มีสารเคมีประกอบอยู่หลายประเภท แต่สารสำคัญในการออกฤทธิ์ คือ สารกลุ่ม Lactone คือ สารแอนโดรกราโฟไลด์ (andrographolide), สารนีโอแอนโดรกราโฟไลด์ (neo-andrographolide), 14-ดีอ๊อกซี่แอนโดรกราโฟไลด์ (14-deoxy-andrographolide)
  • มีการศึกษาวิจัยอย่างมาก มีข้อมูลสนับสนุนจากงานวิจัยทางคลินิก พบว่าสมุนไพรฟ้าทะลายโจรมีส่วนช่วยรักษาอาการของโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจ (acute respiratory tract infection) เช่น อาการไอ อาการเจ็บคอได้ดี ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากฟ้าทะลายโจรร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ขนาดรับประทาน 31.5-200 มิลลิกรัม/วัน รับประทานเป็นเวลา 3-10 วัน มีผลช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการไอเนื่องจากไข้หวัด (common cold) และอาการอักเสบของระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้
  • มีการศึกษาวิจัยอย่างมาก มีข้อมูลสนับสนุนจากงานวิจัยทางคลินิก พบว่าสมุนไพรฟ้าทะลายโจรมีส่วนช่วยรักษาอาการของโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจ (acute respiratory tract infection) เช่น อาการไอ อาการเจ็บคอได้ดี ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากฟ้าทะลายโจรร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ขนาดรับประทาน 31.5-200 มิลลิกรัม/วัน รับประทานเป็นเวลา 3-10 วัน มีผลช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการไอเนื่องจากไข้หวัด (common cold) และอาการอักเสบของระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้
  • โดยงานวิจัยในปัจจุบันที่ได้รับการรับรองแล้วพบว่า กลไกต้านไวรัสของฟ้าทะลายโจรป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ ลดการแบ่งตัวไวรัสภายในเซลล์ เพิ่มภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับไวรัส รวมถึงลดอาการการอักเสบที่ปอดจากการติดเชื้อไวรัส
  • ศาสตร์การแพทย์แผนไทย “ฟ้าทะลายโจร” จัดเป็นสมุนไพรที่มีรสขม อยู่ในกลุ่มยาเย็น มีสรรพคุณทางการแพทย์แผนไทย ใช้บรรเทาอาการไข้หวัด แก้ไอและเจ็บคอ เป็นสมุนไพรที่ได้ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (บัญชียาจากสมุนไพร) กระทรวงสาธารณสุข ในรูปแบบยาเดี่ยว

พลูคาวหรือคาวตอง

  • พลูคาว สารสำคัญในการออกฤทธิ์ คือ เควอซิทิน (quercetin), รูทิน (rutin) และซีแนนเซริน (cinanserin) ยับยั้งจุลชีพก่อโรคหลายชนิด ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ มีผลการศึกษาว่าสามารถยับยั้งเชื้อซาร์ (SAR) และเชื้อโคโรน่าที่ก่อโรค COVID-19 ได้
  • quercetin จะเข้าไปรบกวนขั้นตอนของวงจรการเข้าและจำลองของ coronavirus โดยการจับกับ M protein ของเชื้อ และสารสกัดพลูคาวด้วยเอทิลอะซิเตท และ quercetin มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ hepatitis virus (ซึ่งเป็น coronavirus ชนิดหนึ่ง) 
  • นอกจากนี้ พลูคาวยังมี immunomodulatory activity, มีฤทธิ์ต้านอักเสบ, ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว, ฤทธิ์ต้านไวรัสที่ก่อให้เกิดเริม, ไข้หวัดใหญ่  และเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม, ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus, Sarcina ureae, ฤทธิ์ต้านการอักเสบ, ฤทธิ์ขับปัสสาวะ
  • ศาสตร์การแพทย์แผนไทย พลูคาว รสเผ็ด มีกลิ่นคาวปลา เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อปอดและตับ ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้พิษ ขับปัสสาวะ

กระชาย

  • ทีมวิจัยที่เกิดจากความร่วมมือกันของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์
    โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS ได้ศึกษาวิจัย “กระชายขาว” พบว่าสารสกัดจากกระชายขาว  2 ชนิด สามารถยับยั้งการเจริฐเติบโตของโควิด-19 ได้ถึง 100%
  • สารสกัดจากกระชายขาว มีสารสำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ Pandulatin A และ Pinostrobin
    สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของโควิด-19 ได้ถึง 100% ในหลอดทดลอง โดยสามารถทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสต้นเหตุของโควิด-19 ได้ ซึ่งสารทั้งสองตัวนี้สามารถลดจำนวนเซลล์ที่ติดเชื้อจาก 100% ให้ลดลงจนเหลือ 0% นอกจากนี้ยังสามารถยับยั้งเซลล์ในการผลิตไวรัสได้ถึง 100% อีกด้วย และจากการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ พบว่า สารสำคัญที่พบ สามารถแย่งจับกับตำแหน่ง main protease (Mpro) ที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 ได้
  • การศึกษาวิจัยปัจจุบันพบว่า มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดี มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ฤทธิ์ช่วยต้านการเสื่อมของกระดูกอ่อนในหลอดทดลองแล้ว ยังพบฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลชีพก่อโรคทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อราอีกด้วย
  • ศาสตร์การแพทย์แผนไทย เหง้าและรากกระชาย มีรสเผ็ดร้อน ช่วยขับลม ลดอาการท้องอึด ท้องเฟ้อ แก้ปวดมวนท้อง

กระเทียม

  • สาร allicin ในกระเทียม มีฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน มีฤทธิ์ลดการอักเสบ ป้องกันการหลั่งสาร cytokine ที่ทำให้เกิดการอักเสบนอกจากนี้ยังส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว และช่วยเพิ่มแอนติบอดี้ ชนิด immunoglobulin A (IgA) ซึ่งเป็นด่านแรกของภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยพบมากที่ระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร ตามเยื่อเมือกต่างๆ และยังช่วยกระตุ้นการทำงานของ B-cell lymphocyte รวมทั้งกระตุ้นการหลั่งของสาร interferon ซึ่งเป็นสารที่สร้างในระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต้านไวรัส จากการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ พบว่า สารสำคัญ allicin ที่พบสามารถแย่งจับกับตำแหน่ง main protease ที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโควิด-19 ได้
  • การศึกษาวิจัยปัจจุบันพบว่า มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
  • ศาสตร์การแพทย์แผนไทย ใช้หัวกระเทียมเป็นยาขับลม แก้ลมจุกเสียด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ธาตุพิการ  อาหารไม่ย่อย ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ลดไขมัน
  • ปฏิกิริยาระหว่างยา: กระเทียมในปริมาณมากทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง จะต้องระวังในการใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น  warfarin , NSAIDs สมุนไพร หรือยาที่ทำให้เกล็ดเลือดต่ำ ยาลดความดันโลหิต ยาลดน้ำตาลในเลือด

ขิง

  • ขิง พบฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยทั่วไปแล้วมักนำมากินแก้หวัด ซึ่งขิงนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ (anti–oxidant) และสารต้านการอักเสบ (anti-inflammatory) อยู่มากมาย เช่น Gingerol, Shogoal และ Paradoal
  • การศึกษาวิจัยปัจจุบันพบว่า มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ต้านการอักเสบ
  • ศาสตร์การแพทย์แผนไทย ใช้เหง้า รักษาอาการท้องอืด เฟ้อ เสียดท้อง อาหารไม่ย่อย ปวดเกร็งช่องท้อง แก้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร รักษาอาการหวัด รักษาอาการปวดศีรษะเนื่องจากไมเกรน และมีการใช้เหง้าขิงใน ”พิกัดตรีรัตตะกุลา (ตรีสัตกุลา)” คือการจำกัด ตัวยาอันสามารถ 3 อย่าง ประกอบด้วย เหง้าขิงสด ผลผักชีลา และเทียนดำ ใช้อย่างละเท่าๆ กัน ในการบำรุงธาตุไฟ ขับลมในลำไส้ แก้อาการธาตุ

ขมิ้นชัน

  • มีสาร curcumin ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ มีงานวิจัยในหลอดทดลองพบว่าขมิ้นชันช่วยยับยั้งการหลั่งสารอักเสบ และปรับภูมิคุ้มกันไม่ให้ทำลายปอดให้เกิดความเสียหายจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza A virus) และจากการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ (Molecular docking) พบว่าสารสำคัญของขมิ้นชัน และ demethoxycurcumine สามารถแย่งจับกับตำแหน่งที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 จะเข้าสู่เซลล์ปอดและตำแหน่งที่มีผลยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้
  • การศึกษาวิจัยจากการศึกษาในหลอดทดลอง พบว่ามีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ
    ในการป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าเซลล์ ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส และช่วยยับยั้งการหลั่งสารอักเสบ 
  • ศาสตร์การแพทย์แผนไทย ขมิ้นชัน รสเผ็ดร้อน ช่วยเจริญอาหาร ยาบำรุงธาตุ ฟอกเลือด แก้ท้องอืดเฟ้อ แน่น จุกเสียด ลดน้ำหนัก ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาการดีซ่าน แก้อาการวิงเวียน แก้หวัด แก้อาการชัก ลดไข้ ขับปัสสาวะ รักษาอาการท้องมาน

หอมแดง, หอมหัวใหญ่

  • หอมใหญ่ หอมแดง ในหัวหอมมีสารเคอร์ซิติน (Quercetin) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย อีกทั้งในปัจจุบันมีการศึกษาพบว่าสาร Quercetin ที่พบในหัวหอมหรือหอมแดง มีฤทธิ์ต้านเชื้อก่อโรค COVID-19 บรรเทาอาการหวัดคัดจมูก ช่วยต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่และยังมีฤทธิ์ต้านฮีสตามีน ช่วยขยายหลอดลม  ทั้งยังมีสารฟลาโวนอล (Flavonols) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ช่วยลดการอักเสบ
  • สารสำคัญในหัวหอม หอมแดง คือ ไดโพรพิล ไดซัลไฟด์ และไดโพรพิล ไตรซัลไฟด์ ที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรียบางชนิด  และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ บรรเทาอาการหวัดคัดจมูก
  • องค์ประกอบทางเคมี : หัวหอมมีน้ำมันระเหยง่ายที่มีกำมะถัน diallyl disulphide เป็นองค์ประกอบ  มีธาตุฟอสฟอรัสสูง หอมสดจะมีน้ำมันหอมระเหยมากกว่าหอมที่ผ่านความร้อน แก้อาการหวัดได้ดี
  • ศาสตร์การแพทย์แผนไทย รสเผ็ดร้อน ขับลมในลำไส้  แก้ไข้ ขับเสมหะในทรวงอก แก้ปวดท้อง  บำรุงธาตุ  แก้หวัดคัดจมูก  ใช้หัวตำสุมหัวเด็กแก้หวัด

มะรุม

  • มะรุมเป็นผักที่มีวิตามินซีสูงและยังพบสารสำคัญ Quercetin และ kaempferol ซึ่งออกฤทธิ์ต้านเชื้อได้ดี ใบมะรุมมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากโดยเฉพาะกลุ่มฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ซึ่งมีการศึกษาการใช้สารกลุ่มนี้ในการรักษาโรคหลอดลมอักเสบ ไข้มาลาเรีย ไข้เลือดออก อีกทั้งมีการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์พบว่าสารสำคัญที่พบสามารถแย่งจับกับตำแหน่ง  Main Protease ที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 ได้
  • การศึกษาวิจัยจากการศึกษาในหลอดทดลองพบว่ามะรุมมีสารสำคัญ quercetin, phenolic compounds และ flavonoids ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ป้องกันตับอักเสบ ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย
  • ศาสตร์การแพทย์แผนไทย ฝักมะรุม มีรสหวานเย็น ดับพิษถอนไข้ แก้ปัสสาวะไม่ปกติ ใบสด รสเฝื่อน มีวิตามินซีและเอมาก ใช้เป็นยากินแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน โรคเยื่อเมือกอักเสบ น้ำมันจากเมล็ด (ben oil) ไม่มีสี กลิ่น และรส ใช้ทำยาขี้ผึ้งทาถูนวดแก้ปวดเมื่อย ปวดตามข้อ แก้ปวดลดไข้ บำรุงหัวใจ ใช้ทำเครื่องสำอาง น้ำหอม ปรุงอาหาร ใช้เป็นน้ำมันสลัด

หม่อน

  • พืชในตระกูลหม่อนถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ด้วยคุณสมบัติต้านแบคทีเรียและราบางชนิด มีสาร flavonoids, benzofurans, stilbenes, polyhydroxy alkaloids, and kiwanons น้ำหม่อนและเมล็ดหม่อนมีสาร polyphenols สูง ซึ่งพบฤทธิ์ในการต้าน  influenza A virus ได้ และจากการศึกษาพบว่า สาร 1-deaoxynojirimycin, kuwanon G, mulberroside A ในพืชตระกูล Morus alba ต่อต้านการที่ไวรัสจะเข้าสู่เซลล์ในหลอดทดลองได้
  • การศึกษาวิจัยจากการศึกษาในหลอดทดลองพบว่าหม่อนมีสารสำคัญ
    Anthocyanins เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
    Deoxynojirimycin ช่วยลดระดับน้ําตาลในเลือด
    Phytosterol ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
    Polyphenols สารต้านอนุมูลอิสระ
  • ศาสตร์การแพทย์แผนไทย ใบหม่อน รสจืดเย็น เป็นยาขับเหงื่อ แก้ไข้ แก้ตัวร้อน แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ไอ แก้เจ็บคอ  ผล เป็นยาบำรุง แก้โรคเกี่ยวกับทรวงอก ขับปัสสาวะ แก้ไอ 

กะเพรา

  • กะเพรามีสาร orientin ที่พบว่ามีฤทธิ์ลดโอกาสการติดเชื้อก่อโรค COVID-19 นอกจากนี้ กะเพรายังมีน้ำมันระเหยง่าย (volatile oil) ที่ประกอบด้วย methyl eugenol (37.7%), caryophylllene, methyl chavicol และอื่น ๆ ที่มีรายงานว่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ลดปวด และสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลชีพได้หลายชนิด
  • การศึกษาวิจัยจากการศึกษาในหลอดทดลองพบว่าใบกะเพรามีสารlinalool ต้านเชื้อแบคทีเรีย
    สารโพลีฟีนอล (Pholyphenols) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมภูมิคุ้มกัน มีฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่โดยมีผลยับยั้งเอนไซม์ neuraminidase ของไวรัสซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการรักษาและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสกลไกเดียวกันกับยา oseltamivir
  • ศาสตร์การแพทย์แผนไทย รสเผ็ดร้อน ลดอาการท้องอืดเฟ้อ ขับลม บำรุงธาตุ แก้อาการจุกเสียด ทำให้เรอ แก้ท้องร่วง แก้คลื่นไส้อาเจียน ขับเสมหะ ขับเหงื่อ

2. ผลไม้ ที่มีวิตามินซีและสารในกลุ่มไบโอเฟลโวนอยด์สูง

     สารอาหารที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สิ่งแรกที่ทุกท่านนึกถึงก็น่าจะ คือ วิตามินซี ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรค สารพิษและสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตรายต่อร่างกายนั้น คือการได้รับพลังงาน สารอาหารหลัก รวมทั้งดื่มน้ำสะอาด ซึ่งการรับประทานอาหารให้ได้รับทั้งสารอาหารหลัก วิตามิน แร่ธาตุ ดังกล่าวที่เพียงพอนั้น เราสามารถได้รับจากแหล่งอาหารจากธรรมชาติ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรับประทานในรูปแบบอาหารเสริมแต่อย่างใด เพราะยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันว่าวิตามินหรือแร่ธาตุตัวไหนจะป้องกันการติดเชื้อโคโรนาไวรัสได้ แต่เป็นแนวทางในการเลือกแหล่งอาหารที่ดี ขอหยิบยกสารอาหารตัวเด่น ๆ ที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ดังนี้

ผลไม้ตระกูลส้ม

  • สารเฮสเพอริดีน สามารถพบได้มากตามส่วนต่าง ๆ ของผลไม้ตระกูลส้มและมะนาว โดยเฉพาะเปลือก ดังนั้นเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการบริโภคมะนาว นอกจากจะรับประทานน้ำมะนาวแล้ว ยังควรรับประทานเปลือกมะนาวเพื่อให้ได้รับเฮสเพอร์ริดิน ซึ่งอาจจะช่วยยับยั้งไวรัสไม่ให้เพิ่มจำนวนในร่างกายอีกด้วย
  • จากการวิจัยในหนูทดลองยืนยันว่า เฮสเพอร์ริดินที่ได้จากพืชตระกูลส้มสามารถเข้าไปจับกับโปรตีนตัวรับ (Protein receptor) ชื่อ ACE2 (Angiotensin Converting Enzyme 2) ของเซลล์ร่างกายได้อย่างจำเพาะ ซึ่งช่วยขัดขวางไม่ให้ spike โปรตีนของไวรัสสามารถเกาะกับเซลล์ร่างกาย จึงทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่เฮสเพอริดินมีค่าพลังงานในการจับตัว (binding energy) ต่ำ จึงสามารถจับกับ ACE2 ได้ดีกว่ายาต้านไวรัสหลายชนิด
  • การศึกษาวิจัยพบว่ามีสารสำคัญ hesperedin, naringenin ช่วยส่งเสริมการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน B cell, NK cell ,วิตามินซี ช่วยลดระยะเวลาการเป็นหวัด เสริมภูมิคุ้มกัน แก้เจ็บคอ
  • ศาสตร์การแพทย์แผนไทย น้ำมะนาว มีรสเปรี้ยว ช่วยลดอาการไอ  ขับเสมหะ กระตุ้นให้มีการขับน้ำลาย  ทำให้ชุ่มคอ เปลือกมะนาว แก้ลมกองละเอียด กองหยาบ อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด แก้เสมหะโลหิต ใช้ปรุงยาหอม แก้ทางลม

วิตามินซี

  • วิตามินซีช่วยการทำงานของเม็ดเลือดขาวและช่วยกระบวนการทำลายเชื้อโรค
  • โดยความต้องการปริมาณต่อวันตามข้อกำหนดปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 ในเด็กอายุ 1-8 ปี ควรได้รับ 25-40 มิลลิกรัมต่อวัน ในเด็กและวัยรุ่นช่วงอายุ 9-18 ปี ควรได้รับ 60-100 มิลลิกรัมต่อวัน และวัยผู้ใหญ่ อายุตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไป ควรได้รับ 85-100 มิลลิกรัมต่อวัน 
  • วิตามินซีจะสูญเสียได้ง่ายเมื่อโดนความร้อนและสัมผัสน้ำโดยตรง ดังนั้นการปรับกระบวนการปรุงประกอบผักดิบโดยนึ่งหรือผัดที่ใช้ระยะเวลาสั้น ๆ ตามคำแนะนำการรับประทานผักผลไม้ต่อวันให้ได้อย่างน้อย 400 กรัมและเลือกผักผลไม้ที่เป็นแหล่งวิตามินซี เราก็จะสามารถได้รับวิตามินซีที่เพียงพอ

3. ผักและสมุนไพร ที่มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันและต้านการอักเสบ

     อาการอักเสบ นับเป็นอาการที่สามารถเกิดได้กับร่างกายในทุกส่วน เป็นปฏิกิริยาการตอบสนองทางชีวภาพระหว่างเนื้อเยื่อและหลอดเลือดต่อสิ่งกระตุ้นที่เป็นอันตราย ซึ่งเป็นปกติของสิ่งมีชีวิตที่ร่างกายพยายามจะเอาสิ่งแปลกปลอม หรือสิ่งกระตุ้นดังกล่าวออกไปและพยายามซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลาย อาการอักเสบ ไม่ใช่อาการของการติดเชื้อ แต่การอักเสบ คือ การตอบสนองต่อร่างกายเพื่อต่อต้านจุลชีพก่อโรค หรือต่อปัจจัยอื่นๆ หรือภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง สำหรับอาการอักเสบที่เกิดขึ้น
โดยปกติแล้วก็จะถูกรักษาด้วยการใช้ตัวยาชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่หากพืชผักสมุนไพรที่ช่วยลดอาการอักเสบได้โดยไม่ต้องรับประทานยา จะช่วยดูแลสุขภาพให้กลับมาแข็งแรงได้ ที่สำคัญของการทานอาหารเพื่อสุขภาพนั้น คือการทานให้หลากหลาย และเมื่อบำรุงของดีแล้ว อย่าลืมลดอาหารที่ทำร้ายสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารที่ทำให้ร่างกายอักเสบง่าย เช่น น้ำตาล แป้งขัดขาว หรือแอลกอฮอล์

กานพลู

  • ในกานพลูมีสารที่ชื่อว่า “ยูจีนอล” ที่ทำให้อาการอักเสบลดลงได้ โดยที่สารตัวนี้จะเข้าไปยับยั้งโปรตีน COX-2 ที่คอยกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับน้ำมันของกานพลูก็จะมีฤทธิ์ในการต่อสู้กับแบคทีเรีย หากคั้นเอาน้ำมันกานพลูออกมาก็สามารถนำเอาไปใช้บรรเทาอาการอักเสบ จึงสามารถนำเอามารักษาอาการปวดฟันได้อีกด้วย วิธีการก็ง่ายๆ เพียงอมกานพลูเอาไว้ในปากจนนิ่ม จากนั้นก็ให้เคี้ยวกานพลูช้าๆ เพื่อให้น้ำมันที่อยู่ข้างในออกมา จะช่วยบรรเทาอาการอักเสบและปวดฟัน

ขิง

  • ออกฤทธิ์รักษาอาการปวดข้อคล้ายกับตัวยาชนิดหนึ่งที่ใช้ต้านอาการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDS) ซึ่งขิงจะช่วยบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบและติดเชื้อในร่างกายอย่างได้ผลแบบที่ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ จึงไม่ต้องกังวล วิธีการทำเพียงนำขิงสดๆ มาต้นดื่ม หรือเลือกรับประโยชน์จากชาขิงก็ได้เช่นกัน

ใบบัวบก

  • บัวบกมีฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณลดไข้ แก้เจ็บคอด้วย มีการศึกษาในหนูทดลองพบว่ามีฤทธิ์ลดการอักเสบในช่องปาก ลดการบวม และลดการอักเสบที่ผิวหนังได้ด้วย มีสาร asiaticoside ที่ช่วยสมานแผลผิวหนัง

ตรีผลา (สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม)

ตรีผลา เป็นตำรับยาประกอบด้วยผลไม้หรือสมุนไพรสามชนิดคือ สมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อม ตามตำราการแพทย์แผนไทยจัดให้ตรีผลาเป็นยาที่ทานเพื่อปรับธาตุ ปรับสมดุลร่างกาย เป็นยาลดธาตุไฟ จัดอยู่ในกลุ่มยาที่ให้ฤทธิ์เย็นแก่ร่างกาย มีผลในการต้านการอักเสบ ช่วยกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ช่วยลดระดับไขมันทั้งคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ และมีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของเราให้ดีขึ้นได้
คุณประโยชน์จากตรีผลา
– ผลไม้ที่มีรส เปรี้ยวให้มีวิตามินซีสูง
– รสขมฝาดเป็นลักษณะของอาหารที่มี สารแทนนิน ซับโปนิน ฟลาโวนอยด์และโพลีฟีนอล มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดการอักเสบ ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส มะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดี สามารถทานเป็นยาระบาย เหมาะกับผู้ที่ทานอาหารควบคุมน้ำหนัก
วิธีรับประทานตรีผลา
 ตรีผลามีรสชาติเปรี้ยวฝาด และหวานชุ่มคอหลังดื่ม ทานวันละ 20-25 ml สามารถเติมน้ำผึ้งและน้ำอุ่นเพื่อให้ดื่มง่ายและชุ่มคอยิ่งขึ้น
ข้อควรระวังในการรับประทาน
– ตรีผลามีฤทธิ์เป็นยาระบายควรทดลองทานทีละน้อยเพื่อดูการตอบรับของร่างกาย (ประมาณ 20-25 ml ต่อวัน) 
– เด็ก สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่เลือดแข็งตัวช้า ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ผักใบเขียว

  • ผัก นั้นเป็นพืชที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณสมบัติเด่นของคลอโรฟีล , ไฟเบอร์ และวิตามิน A ที่อยู่ในผักใบเขียวทุกชนิด ช่วยลดอาการอักเสบของผิว ลดริ้วรอย และต้านสิวได้เป็นอย่างได้

ถั่วเปลือกแข็ง

  • ในถั่วเปลือกแข็ง อย่างอัลมอนต์ เป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ , แคลเซียม และวิตามิน E  ส่วนถั่ววอลนัท อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งโดยทั่วๆ ไปแล้วถั่วทุกชนิดก็มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ค่อนข้างสูง เป็นประโยชน์ต่อการบริโภคเพื่อรักษาเนื้อเยื่อและอวัยวะที่ถูกทำลายจากการติดเชื้อ หรือเกิดการอักเสบได้เป็นอย่างดี

เห็ดต่างๆ

     “เห็ด” หลายชนิดมีข้อมูลการศึกษาในคนที่พบว่ามีฤทธิ์เพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย สามารถใช้ในการป้องกันและรักษาโรคระบบทางเดินหายใจส่วนบน
มีคุณค่าทางยา โดยมีสารประกอบที่มีสรรพคุณช่วยเสริมให้ร่างกายมีภูมิต้านทานมากขึ้น สารสำคัญในเห็ดคือ สารกลุ่มเบต้ากลูแคนส์ (beta-glucans : เป็นสารเชิงซ้อนกลุ่มโพลีแซคคาไรด์) สารกลุ่มนี้พบได้มากใน เห็ด รา ยีสต์ และพืช สารกลุ่มนี้มีฤทธิ์ปรับเสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ฤทธิ์ต้านการอักเสบ และฤทธิ์ต้านการติดเชื้อ

  • เห็ดซิตาเกะหรือเห็ดหอม (Shitake หรือ Lentinus edodes)
    อุดมไปด้วยวิตามินบี2 บี5 และบี6 เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีมาก อีกทั้งยังมีแร่ธาตุต่างๆ มากมาย เช่น แมงกานีส ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ซีลีเนียม ทองแดง สังกะสี แมกนีเซียม วิตามินดี และใยอาหาร นอกจากนี้ยังมีสาร ไฟโทนิวเทรียน และโพลีแซคคาไรด์ กลูแคน ที่ช่วยส่งเสริมให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น  มีงานวิจัยในคนที่พบว่า การรับประทานเห็ดหอม ขนาด 5 กรัม หรือ 10 กรัม ทุกวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ร่างกายจะมีภูมิต้านทานสูงขึ้น โดยเพิ่มระดับของสารที่จะคอยทำลายสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ของร่างกายและลดระดับสารที่จะสร้างการอักเสบ
  • เห็ดไมตาเกะ
    มีคุณสมบัติในการป้องกันมะเร็ง มีสาร Grifolan ซึ่งเป็นสาร เบต้า-กลูแคน โพลีแซคคาไรด์ ซึ่งประกอบไปด้วยโมเลกุลของน้ำตาลเกาะกันเป็นสายยาว มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า Grfolan สามารถกระตุ้นเซลล์แมคโครฟาจ (Macrophage) ซึ่งเปรียบเสมือนกองทัพใหญ่ที่ทำงานในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในระดับเซลล์อีกด้วย
  • เห็ดหลินจือ (Reishi mushroom หรือ Ganoderma lucidum)
    รักษาโรคตับ ความดันโลหิตสูงและข้ออักเสบ เห็ดหลินจือมีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มความแข็งแรงในปอด โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาหอบหืด และผู้ที่ไอเรื้อรัง ปัจจุบันมีการวิจัยเพิ่มเติมพบว่า เห็ดหลินจือมีผลในการต้านภูมิแพ้ ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อไวรัส ต้านแบคทีเรีย และมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์
  • เห็ดหูหนู
    โรคริดสีดวง บำรุงกระเพาะ คุมการทำงานของสมอง หัวใจ ปอด ตับ อาการเส้นโลหิตฝอยแตก ช่วยการไหลเวียนของโลหิต กระตุ้นการทำงานของเลือดให้เป็นปกติ บรรเทาอาการเจ็บปวด เช่น การปวดฟัน บรรเทาอาการตกเลือด ริดสีดวง บรรเทาการเป็นตะคริว อาการของบิด ยับยั้งเนื้อร้ายหรือมะเร็ง
  • เห็ดหูหนูขาว
    บำรุงน้ำอสุจิ ไต ตับ ร้อนใน ปอด หลั่งน้ำลาย ย่อยอาหารและบำรุงกระเพาะ อาการไอ ลดไข้ ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ระบบเลือด หัวใจ และบำรุงสมอง หลอดลมอักเสบเรื้อรัง อาการไอ ขับเสมหะและโรคหอบหืด อาการไอแห้ง ๆ แผลเรื้อรังในปอด หลอดลม บำรุงสุขภาพมารดาหลังคลอด รอบเดือนของสตรี ช่วยการระบาย รักษาโรคบิด ยับยั้งเซลล์มะเร็ง
  • เห็ดตระกูลนางรม
    บำบัดอาการปวดเอว ปวดขา ชาตามแขนขา ขยายหลอดเลือด และอาการเอ็นยึด ยังยั้งเซลล์มะเร็ง กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดปริมาณน้ำตาลในเลือด ปรับความดันโลหิตและความเข้มข้นของไขมันในเลือด ยับยั้งการเติบโตของเนื้อร้าย ลดอาการอักเสบ ลดการก่อโรคของจุลินทรีย์
  • เห็ดฟาง มีวิตามินซี จำนวนมาก(ไม่ควรรับประทานสด)ลดการติดเชื้อ สมานแผล ลักปิดลักเปิด โรคเหงือก ลดอาการผื่นคัน มีสาร volvatioxin ชะลอและยับยั้งเซลล์มะเร็ง บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง แก้ช้ำใน บำรุงตับ

  • เห็ดเข็มทอง
    รักษาโรคตับ กระเพาะและลำไส้อักเสบเรื้อรังได้สาร flammulin ยับยั้งเซลล์มะเร็งของเยื่อบุช่องท้อง ในเห็ดเข็มทองมีกรดไลโนเลอิก (Linoleic Acid) มีคุณสมบัติสลายไขมันที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร จึงส่งผลให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้นและทำให้ไขมันสะสมได้รับการเผาผลาญมากขึ้นอีกด้วย
  • เห็ดกระดุมหรือเห็ดแชมปิญอง
    ช่วยในการย่อยอาหาร ความดันโลหิตสูง และคลายความตื่นตระหนก ยังยั้งเซลล์มะเร็ง และการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้ มีบทบาทในการรักษาและป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมมากที่สุด โดยสารบางอย่างในเห็ดนี้ไปช่วยยับยั้งเอนไซม์อะโรมาเตส (aromatase) ทำให้เกิดการยับยั้งการเปลี่ยนฮอร์โมนเอนโดรเจนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้ หญิงวัยหมดประจำเดือน เมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลงก็ลดโอกาสการเจริญเติบโตของเซลล์ มะเร็งเต้านมให้น้อยลง – เห็ดถั่งเช่า
    บำรุงร่างกาย แก้อาการอ่อนเพลีย โลหิตจาง แก้ไอละลายเสมหะ หอบหืด ไอเรื้อรัง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เข่าอ่อน  เหมาะสำหรับบำรุงกำลังหลังการฟื้นไข้ ขยายหลอดเลือด สารสกัดที่เป็นผลึกสีเหลืองอ่อน สามารถยับยั้งแบคทีเรียได้หลายชนิด
  • เห็ดเผาะหรือเห็ดถอบ
    มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงร่างกายและธาตุเหล็ก ลดอาการร้อนใน เนื่องจากมีฤทธิ์เย็น แก้ชำในและชูกำลัง ช่วยสมานแผล ลดอาการอักเสบและบวม แก้ไข้ตัวร้อน ช่วยทำให้เลือดแข็งตัวได้เร็วขึ้น บรรเทาอาการคันตามร่างกาย และยังมีส่วนช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็งอีกด้วย

4.เมนู ต้านโรค ต้านไวรัส COVID-19

อาหารไทยมีจุดเด่นเรื่องรสชาติที่ผสมผสานทั้ง เปรี้ยว หวาน  มัน  เค็ม  เผ็ด  ปรุงด้วยสมุนไพรไทย เครื่องเทศต่างๆ เป็นส่วนประกอบหลัก รสชาติที่อร่อยถูกปากและคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยเสริมภูมิต้านทาน    แนะนำเมนูอาหารไทยที่ทำจากผักและสมุนไพร รวมทั้งเครื่องดื่มผลไม้และสมุนไพรไทย