logottmic

ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์แผนไทย

THAI TRADITIONAL MEDICAL INNOVATION CENTER

COVID – 19

การแพทย์แผนไทย กับ COVID-19

          จากสถานการณ์การระบาดใหญ่ (pandemic) ของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ในหลายประเทศทั่วโลกในขณะนี้ และโดยเฉพาะการระบาดระลอกใหม่ในประเทศไทย การดูแลสุขภาพและการเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และการปฏิบัติตนที่ถูกต้องในขณะการระบาดใหญ่ (pandemic) ของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ในขณะนี้ จะช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงขึ้น ลดโอกาสติดเชื้อทางเดินหายใจจากโรค COVID-19 หรือหากติดเชื้อก็อาจช่วยลดความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงได้

          สมาคมแพทย์อายุรเวทแผนไทยประยุกต์แห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก จึงได้ร่วมกับ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข และ ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์แผนไทย TTMIC จึงได้รวบข้อมูลแนวทางปฏิบัติและข้อมูลทางด้านโภชนาการ ตามหลักการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนไทยประยุกต์ไว้สำหรับเป็นแหล่งข้อมูลเพื่อ เฝ้าระวัง ป้องกันตนเอง ไปสู่ช่วยลดปัญหาของระบบบริการสาธารณสุขของประเทศโดยลดจำนวนผู้ป่วยหนักไม่ให้เกินจำนวนที่โรงพยาบาลจะรับได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบในบางประเทศในยุโรปขณะนี้

การจำแนกผู้ป่วย Covid-19 แต่ละประเภท

สมุนไพรที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน สมุนไพรรสร้อน (อาหารและสมุนไพร)

           จากสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 นอกจากการดูแลตัวเองจากภายนอกด้วยการ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ ล้างเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง ทุกคนยังสามารถดูแลตนเองได้จากภายในโดยการกรับประทานอาหารที่ประกอบด้วยพืช สมุนไพร ที่ส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงหรือความรุนแรงจากเชื้อไวรัสต่างๆได้

           ในมุมมองของศาสตร์การแพทย์แผนไทยเมื่อร่างกายได้รับเชื้อทำให้ ธาตุ 4 ในร่างกาย ดิน น้ำ ลม ไฟ เปลี่ยนแปลงไป การรับประทานอาหารที่ส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายเป็นอีกวิธีการปรับสมดุลของร่างกายและยังมีหัตถการ “สุมยา” ที่จะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการจากโรคหวัดได้อีกด้วย

สมุนไพรที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน สมุนไพรรสร้อน (กระชายขาว และ พลูคาว)

     หากภูมิคุ้มกันต่ำลง โอกาสการติดเชื้อจะเพิ่มขึ้น จึงสามารถป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ด้วยการรับประทานสมุนไพรที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เช่น พลูคาวและกระชายขาว 

       พลูคาว พบสาร Quercetin ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยต้านการอักเสบ สามารถรับประทานเป็นผักลวกจิ้มหรือทำเป็นชาชงได้

       กระชายขาว สามารถนำไปประกอบเป็นอาหารเพื่อดูแลสุขภาพได้ เช่น ขนมจีนน้ำยา แกงป่า ผัดฉ่า หรือนำมาทำเป็นน้ำกระชายปั่นเพื่อเพิ่มความสดชื่น บำรุงร่างกาย อีกทั้งยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง สู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้ ซึ่งกระชายขาวมีสารสำคัญ 2 ตัว ได้แก่ Pandulatin A และ Pinostrobin ที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส COVID-19 ได้ถึง 100% ในหลอดทดลอง แต่หากต้องการใช้กระชายขาวในการรักษา COVID-19 ต้องใช้รูปแบบสารสกัดกระชายขาวเท่านั้น เพื่อให้ได้ปริมาณสารสำคัญในปริมาณที่มากพอ ไม่สามารถนำกระชายสดมาคั้นหรือปรุงอาหารเพื่อรักษา COVID-19 ได้

การใช้ตำหรับยาสมุนไพรที่ช่วยเสริมภูมิคุ้ม ตรีผลา

ตำรับมหาพิกัดตรีผลา

           ตำรับยาสมุนไพร “มหาพิกัดตรีผลา” ช่วยปรับสมดุลร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยระบบการขับถ่าย ล้างพิษในร่างกาย ล้างน้ำเหลืองเสีย ชำระเมือกในลำไส้

ส่วนประกอบ

มะขามป้อม 12 ส่วน (ประมาณ 45 กรัม)

ลูกสมอพิเภก 8 ส่วน (ประมาณ 30 กรัม) 

ลูกสมอไทย 4 ส่วน (ประมาณ 15 กรัม)

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง 
1.สตรีในช่วงมีประจำเดือนควรงดการรับประทานตรีผลาเพราะอาจจะทำให้ประจำเดือนมามากกว่าปกติ
2.ผู้ที่เป็นโรคหัวใจไม่ควรรับประทานรวมถึงผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

วิธีการรับประทาน
– ดื่มอุ่น ๆ เช้า และ เย็น ครั้งละ 100 มิลลิลิตร

การใช้ตำหรับยาสมุนไพรที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ยาขาว

ตำรับยาขาว

      เป็นตำรับยาที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานและปรับสมดุลธาตุในร่างกายเพื่อไม่ให้กลับมาเป็นไข้อีก

มีส่วนประกอบทั้งหมด 15 อย่างด้วยกัน ก็คือ กระเช้าผีมด(หัวร้อยรู) หัวคล้า รากทองพันชั่ง รากชา รากง้วนหมู รากส้มเสร็จ รากข้าวไหม้ รากจิงจ้อ รากสวาด รากสะแก รากมะนาว รากหญ้านาง รากฝักข้าว รากผักสาบ รากผักหวานบ้าน

น้ำกระสายยาเป็นน้ำซาวข้าว ข้อบ่งใช้คือแก้สรรพไข้

       สำหรับการรับประทานเพื่อเสริมภูมิต้านทาน  ให้รับประทานยาขาว 2 กรัม ผสมน้ำ 20 มล.  โดยใช้น้ำในอุณหภูมิห้อง เพราะน้ำร้อนจะทำให้เสียสารสำคัญบางอย่างไปและทำให้ยามีความหนืด รับประทานยาก. รับประทานก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น ติดต่อกัน 3 วัน

       ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ จะให้รับประทานติดต่อกัน 5 วัน 5 เวลา ห่างกัน 3 ชั่วโมง  นั่นก็คือ 6 โมงเช้า 9 โมงเช้า เที่ยง บ่าบ 3 และ 6 โมงเย็นนะคะ  ส่วนในผู้ป่วยที่ติดเชื้อและมีอาการ จะรับประทานหลังจากที่รับประทานยาห้ารากแล้ว  ก็คือ รับประทานยาห้าราก 3 วัน แล้วตามด้วยยาขาว 5 วัน

การใช้ตำหรับยาสมุนไพรที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ยาห้าราก

ยาห้าราก หรือยาเบญจโลกวิเชียร  หรือยาแก้วห้าดวง หรือยาเพชรสว่าง เป็นตำรับยาที่ใช้ในการบรรเทาอาการไข้ มีกล่าวไว้ในคัมภีร์แพทย์แผนไทย คือ คัมภีร์ตักศิลา และจัดอยู่ในกลุ่มยาแก้ไข้ ในบัญชียาหลักแห่งชาติ
สูตรตำรับ ในผงยา 100 กรัม ประกอบด้วยรากคนทา รากชิงชี่ รากเท้ายายม่อม รากมะเดื่อชุมพร รากย่านาง หนักสิ่งละ 20 กรัม

ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไข้

ขนาดและวิธีใช้ : ชนิดเม็ด ชนิดแคปซูล และชนิดผง (ให้ละลายน้ำต้มสุกก่อนรับประทาน) 

ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-1.5 ก วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร เมื่อมีอาการ

เด็ก อายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มก – 1 ก วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร เมื่อมีอาการ

ข้อควรระวัง

  1. ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการของไข้เลือดออก
  2. หากใช้ยาเป็นเวลานานเกิน 3 วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
  3. ไม่แนะนำให้ใช้ในหญิงที่มีไข้ทับระดู หรือไข้ระหว่างมีประจำเดือน

การใช้ตำหรับยาสมุนไพรที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เหล้าขาว

สมุนไพรช่วยป้องกันโควิด 19

ใบมะขามแก่สดคั้นเหล้าขาว

ภูมิปัญญาของครูหมอชุบ แป้นคุ้มญาติ จังหวัดอุดรธานี

สรรพคุณ: เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยขับพิษหรือเชื้อโรคออกจากร่างกาย

วิธีรับประทาน: ดื่มน้ำคั้นทั้งหมดในช่วงตอนกลางวันขณะท้องว่าง เวลา 11.00, 15.00 น. วันละ 1 ครั้ง แล้ว

ห่มผ้านอนคลุมโปงให้เหงื่อออกโซก (ประมาณ 1 ชั่วโมง) วิธีการนี้จะช่วยชำระล้างพิษและเชื้อออกทางเหงื่อได้ดี ให้ทำต่อเนื่อง 3 วัน

การใช้หัถตการแพทย์แผนไทย สุมยา

การสุมยา
คือการสูดดมไอระเหยของสมุนไพร
ที่มีน้ำมันหอมระเหย ขิง ข่า ตระไคร้ ใบมะกรูด มะนาว หอมแดง ใบกะเพรา หรือ จากเครื่องต้มยำทำแกง ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่หาได้ง่ายในครัวเรือน

อุปกรณ์
1. สมุนไพร เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว หอมแดง ใบกะเพรา พิมเสนหรือการบรู (เล็กน้อย)
2. ภาชนะใส่น้ำร้อน กะละมังสแตนเลส กะละมังไม้ (ที่สามารถทนความร้อนได้)
3. น้ำร้อน
4. ผ้าขนหนูผืนใหญ่
5. มีด เขียง (สำหรับหั่นและทุบสมุนไพรให้แหลก)

วิธีทำ
1.นำสมุนไพรมาหั่นหรือทุบพอแหลก
2.นำสมุนไพรดังกล่าวยกเว้นพิมเสนหรือการบูร
ใส่ลงในภาชนะที่เตรียมไว้
3.ใส่น้ำร้อนลงในภาชนะที่มีสมุนไพร แค้พอท่วมตัวยา หลังจากนั้นใส่พิมเสนหรือการบูรเล็กน้อย
4.ก้มหน้าอังไอน้ำในภาชนะที่เตรียมไว้และใช้ผ้าขนหนูคลุมศีรษะ ขณะทำแนะนำให้หลับตาและสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ

ประโยชน์ของการสุมยา
1.บรรเทาอาการหวัด คัดจมูกน้ำมูกไหล อาการไอจาม
2.อาการหายใจไม่สะดวก
3.ลดอาการหอบหืด
4.เพิ่มการไหลเวียนของเลือดลม

การรักษา กรณีติดเชื้อหรือเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19

สมุนไพรที่เราสามารถใช้เมื่อ เริ่มมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรืออาการหวัด

ฟ้าทะลายโจร

ในมุมมองของแพทย์แผนไทย อาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรืออาการหวัด เกิดจากธาตุไฟในร่างกายที่เพิ่มขึ้น จึงสามารถใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นอย่าง “ฟ้าทะลายโจร” ปรับลดความร้อนในร่างกายให้สมดุลกัน แต่หากใช้ในปริมาณเกินความจำเป็นก็อาจส่งผลทำให้ร่างกายเย็นเกินไป และเกิดอาการไม่พึงประสงค์ตามมาได้ เช่น อาการชาตามร่างกาย แขน-ขาอ่อนแรง ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเสีย เป็นต้น

วิธีใช้ฟ้าทะลายโจร

1) ใช้เมื่อเริ่มมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรืออาการหวัด รับประทานได้ทันที หรือภายใน 72 ชั่วโมง หากดีขึ้นแล้วก็สามารถหยุดรับประทานได้ ** ทั้งนี้ควรศึกษาข้อห้ามและข้อควรระวังในการใช้ตามที่ระบุในฉลากก่อนรับประทาน

2) หากรับประทานแล้วอาการไม่ดีขึ้นใน 2 วัน ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม เนื่องจากอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียอื่น ๆ

3) สามารถรับประทานใบสดครั้งละ 3-4 ใบ แทนได้ แต่การรับประทานใบสดจะไม่สามารถทราบสารสำคัญอย่างแน่นอนในแต่ละใบได้

ส่วนผู้ที่ติดเชื้อ COVID-19 แล้ว สามารถรับประทานสารสกัดฟ้าทะลายโจรเพื่อบรรเทาความรุนแรงของเชื้อได้ เนื่องจากสาร Andrographolide ในฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอและไข้หวัดได้ โดยทางกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้แนะนำการใช้สารสกัดฟ้าทะลายโจรสำหรับโรคโควิด-19 ดังนี้

ผู้ที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 แต่ยังไม่มีอาการป่วย แนะนำใช้ที่สารสกัดฟ้าทะลายโจรที่มี andrographolide 20 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น (รวม 60 มิลลิกรัมต่อวัน) ติดต่อกันนาน 5 วัน

ส่วนผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง และไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง แนะนำใช้ที่สารสกัดฟ้าทะลายโจรที่มี andrographolide 60 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น (รวม 180 มิลลิกรัมต่อวัน) ติดต่อกันนาน 5 วันเพื่อช่วยบรรเทาอาการ

การออกกำลังกาย โดยศาสตร์แพทย์แผนไทยฤาษีดัดตน

เนื่องในสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงลักษณะจากการทำงานที่ทำงานเปลี่ยนเป็น work from home มากขึ้น โดยจะเป็นการนั่งทำงานอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้มีอาการปวดเหมื่อยตามเนื้อตามตัวมากขึ้น การทำฤาษีดัดตนจึงคำตอบของการออกกำลังกายที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะของไทย ซึ่งแสดงออกถึงความสุภาพ นุ่มนวล ที่สามารถบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ ซึ่งสถาบันการแพทย์แผนไทยได้ด้คัดเลือกท่าฤาษีดัดตนจาก 127 ท่า มาประยุกต์ให้เกิดความต่อเนื่องของการเคลื่อนไหว เป็นท่าหลัก ๆ 15 ท่า ซึ่งทั้ง 15 ท่า จะมีประโยชน์ในการปรับสมดุลโครงสร้างร่างกายเกือบทุกส่วน มีทั้งท่ายืน ท่านอน ท่านั่ง โดยท่านิยมทำง่ายๆคือ ท่าแก้เกียจ 

ฤาษีดัดตนท่าแก้เกียจ

ประโยชน์ สามารถแก้เกียจหรือความเกียจคร้าน และช่วยเกิดการทำงานบริเวณสะโพก และยังสามารถรักษากลุ่มอาการของโรคออฟฟิตซินโดรม

ท่าบริหาร

1.ยกมือทั้งสองข้างประสานกันและกำมือไว้ที่ระดับหน้าอก

2.ค่อยๆเหยียดแขนทั้งสองข้างออกไปด้านหน้าพร้อมกับดัดฝ่ามือให้หันออกมาทางด้านนอก จนแขนตรง

3.ค่อยๆหันหน้า บิดลำตัว พร้อมกับแขนไปทางขวา ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

4.ค่อยๆเหยียดแขนยื่นไปอีก ด้วยการยืดลำตัว นิ่งค้างไว้ประมาณ 10 วินาที แล้วค่อยๆคลาย ย้อนกลับไปอยู่ในท่าข้อ 2

5.ทำข้อ 3-5 แต่หันหน้า บิดลำตัว พร้อมกับแขนไปทางซ้าย

6.ค่อยๆยกแขนที่เหยียดขึ้นข้างบน

7.ค่อยๆเหยียดแขนยื่นขึ้นไปอีก ด้วยการยืดลำตัว แล้วค่อยๆคลาย ย้อนกลับไปอยู่ในท่าเตรียมทำข้อ 1-7 ซ้ำ 3-5 รอบ

กายบริหารแบบฤาษีดัดตน เป็นการบริหารกายเพื่อบรรเทาอาการของโรคบริเวณกล้ามเนื้อส่วนต่างๆหลังการรักษา และบรรเทาอาการปวดได้

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email